SANGWORN's profileอีกไม่กี่วันก็ต้องจากลาเ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
อีกไม่กี่วันก็ต้องจากลาเกาหลีละคงจะคิดถึงไม่มากก็น้อยละนะ อยู่ด้วยกันมาตั้งสองปีกว่านี่นา |
|||||||||||||||
|
อยากเขียนอะไรก็เขียนมา เค้าบอกว่าเป็นสมุดเยียมอ่ะนะ
August 26 ลาก่อนเกาหลีลาก่อนเกาหลีที่รักและผูกพัน
เดินทางวันที่ 17 กันยายน 2009 (วันพฤหัสบดี)
เที่ยวบินที่ TG659 ที่นั่งระดับบิสสิเนสคลาส (Royal Silk Class)
ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติอินชอน 10.00 am
ถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิประเทศไทย 13.50 pm
อีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันแล้ว ของก็ยังไม่ได้เริ่มจัดเท่าไร
หัวใจก็ยังไม่ได้เตรียมกับการจากลา
ยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ
ขอความเข้มแข็งให้ใจของฉันด้วยนะ July 10 사랑하라, 상처 받지 않은 것처럼사랑하라, 상처 받지 않은 것처럼....
춤추라,
아무도 바라보고 있지 않은 것처럼.
사랑하라,
한번도 상처 받지 않은 것처럼.
노래하라,
아무도 듣고 있지 않은 것처럼.
살라,
오늘이 마지막 날인 것처럼.
일하라
돈이 팔요하지 않은 것처럼
จงรัก ให้เหมือนกับไม่เคยเจ็บปวดมาก่อน
จงเต้น
ให้เหมือนกับไม่มีใครมองเราอยู่
จงรัก
ให้เหมือนกับไม่เคยเจ็บปวดเลยสักครั้ง
จงร้องเพลง
ให้เหมือนกับไม่มีใครคอยฟังเราอยู่
จงทำงาน
ให้เหมือนกับเงินไม่ใช่สิ่งจำเป็น
จงใช้ชีวิต
ให้เหมือบกับวันนี้เป็นวันสุดท้าย February 28 คุยกันเรื่องโรมมิ่งคุยกันเรื่องโรมมิ่งนะ
โรมมิ่งคือการที่เอามือถือของตัวเองพร้อมซิมเบอร์เดิมที่เคยใช้
ไปใช้ที่เมืองนอก ใช้เครือข่ายของต่างประเทศ
โดยผู้ที่ต้องการติดต่อยังสามารถติดต่อหาเราได้เหมือนเดิม
เหมือนเราอยู่ในประเทศไทย
เช่นจะโทรหาก็กดแค่ 081 XXXXXXX เหมือนเดิม
จะส่งข้อความก็พิมพ์ข้อความแล้วส่งหาที่ 081XXXXXXเหมือนเดิม
และในเมื่อกดทุกอย่างเป็นเหมือนอยู่เมืองไทย
คนที่เป็นคนโทรออกก็จะเสียเงินตามปกติเหมือนผู้รับอยู่ไทย
ถ้าเราเป็นโปรโทรฟรี เราก็ไม่เสียเงิน (ก็อย่างที่บอกว่าเหมือนอยู่ไทย)
เราส่งข้อความเหมาจ่ายครั้งละบาท ส่งหาคนที่โรมมิ่งก็ครั้งละบาทตามเดิม
แต่
ผู้ที่เอาเครื่องไปโรมมิ่งจะเสียค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าขณะโรมมิ่ง
เช่น อยู่เมืองไทยรับสายไม่เสียตัง แต่อยู่เมืองนอกเสียตัง
ค่ารับนาทีละยี่สิบกว่าบาท หรือหกสิบบาทแล้วแต่ประเทศ
โทรออกที่ต่างประเทศก็เสียแพง เช่นโทรกลับไทยนาทีละหกสิบ
แต่ว่ารับข้อความฟรีนะ ส่งข้อความครั้งละหกบาทถึงยี่สิบกว่าบาท
เพราะฉะนั้น
ผู้ที่อยู่เมืองไทยจะติดต่อหาผู้ที่โรมมิ่ง
สามารถทำได้เหมือนเดิม
เหมือนคนๆนั้นยังอยู่เมืองไทย
หลายคนชอบคิดว่าจะเสียอัตราเท่ากับโทรต่างประเทศ
แต่ลองคิดดูสิว่าเรากดเบอร์เค้าเหมือนเค้าอยู่ในไทย
ไม่ได้กด001/+สักหน่อย จะเสียค่าโทรต่างประเทศได้ไง
ผู้ที่เราติดต่อไปต่างหากสิน่ากังวล
โทรมากุรับนาทีละยี่สิบแปดเลย
ดังนั้น
ใครที่ต้องการติดต่อหาเราก็สามารถส่งข้อความมาได้
เรารับฟรี ส่วนคนที่ส่งมาก็เสียครั้งสองหรือสามบาท
ตามโปรโมชั่นของตัวเองที่เลือกไว้
แต่ไม่ต้องคิดว่าจะโทรมาเลยนะ
ไม่รับอย่างเด็ดขาดเรือ่งไรนาทีละยี่สิบแปด
ให้ตายก็ไม่รับ
ปล.
วันนี้รู้สึกแปลกๆเหงาๆชอบกลแอบร้องไห้ไปด้วย
คิดถึงบ้าน อยู่กับที่บ้านอันอบอุ่นจนชินสองเดือน
พอกลับมาอยู่คนเดียวมันแปลกๆ ไม่อบอุ่น เหงา
แล้วแถมโน๊ตบุ๊คจู่ๆก็ไม่มีไดรฟ์อี (ซีดีดีวีดีไดรฟ์)
ขึ้นซะงั้นโทรไปถามเอชพีถึงไทยบอกว่าต้องลงวินโดว์ใหม่
ตายห่า ไม่เอาหรอก พร่งนี้ไปซื้อแบบเอ็กเทอร์นอลมาดีกว่า February 27 ตอนนี้มาถึงเกาหลีแล้วกว่าจะมาถึงเกาหลีได้
เมื่อวันจันทร์ก็วุ่นวาย เตรียมของ
มาสนามบินก็วุ่นวายวิ่งไปวิ่งมาเหนื่อยได้อีก
บินมาถึงเกาหลีก็วุ่นวาย สมบัตเยอะกันทั้งรุ่นพี่อย่างเราและน้องพลอย
เจออาจานสมชายมากับอาจานคิมยองแอ กินแม๊กกันส่งอาจานสมชายเข้าเกท
เรากับพลอยเลยได้ผลบุญอาจานคิมด้วยเลย แกใจดีมากพาขึ้นรถกลับมาส่งมอด้วย
และก็เพิ่งได้รู้ว่าแกอายุหกสิบสามแล้ว ดูแค่ห้าสิบนิดๆเอง
มาถึงมอก็เลยต้องพาน้องเค้าไปห้องสำนักเลขาก่อน ลงทะเบียนเป็นนักศึกษา
ทุกคนที่นั่นดูเกรงใจอาจานคิมมาก เลยได้รู้ว่าเคยสอนที่นี่เมือ่ก่อน เป็นถึงหัวหน้าภาคด้วย
จากนั้นก็ไปเก็บของที่หอเรา แล้วพาพลอยไปเข้าหอมหาลับที่อยู่ไกล
อาจานคิมแกก็พาไปถึงที่ชวยนู่นช่วยนี่มากมาย พอส่งพลอยกินข้าวเที่ยงเสร็จ
แกก็ยังมาส่งเราถึงหน้ามออีก ใจดีจริงๆ อาจานน่ารักมาก
พอกลับมาที่หอก็จัดของกันมันส์มากๆๆๆๆๆ
ถูบ้านคร่าวๆก่อน ทิ้งของไปกองพะเนิน เหมือนจะโล่ง
แต่พอลองเอาของจากกระเป๋าเดินทางออกมาเท่านั้นแหล่ะ
ยัดไม่ได้แล้วโว๊ย กว่าจะจัดได้ โอ๊ยเหนื่อย
ตอนเย็นพี่เอ๋ก็พาไปเลี้ยงหมูกระทะ แล้วเดินไปซื้อของนิดหน่อย
ตอนเดินผ่านหน้าหออาจาน เราทั้งพี่เอ๋ ต่างมองไปห้องอาจานสมชาย 801
แปลกเหมือนกันที่เราทุกคนเวลาเดินผ่านตรงนี้ ชอบมองว่าห้องอาจานเปิดไปเปล่า
ตอนนี้ไม่เปิดแล้ว ใจหายเหมือนกัน พร่งนี้เช้าพี่เอ๋ก็บินแล้ว
ใจหายนะคนที่ร่วมทุกข์สุขกันมาที่ต่างแดน เหลือแค่เรากับพี่กุ้งแล้ว ขาดขาไปสองข้าง
หิหิ เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ อาจาน ไว้คุยเอ็มกันหรือเมลล์
กลับไทยไปแล้วจะไปทับแก้ว ไปให้เลี้ยงข้าว แฮ่ๆๆๆๆ
January 31 คำแนะนำสำหรับคนที่จะเรียนที่เกาหลีเน่อ1.เรื่องขอวีซ่า
ก็คงไม่ต้องพูดมากอาไรเท่าไรคงรู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้วล่ะ 2.ตั๋วเครื่องบิน อันนี้อยากลองให้ถามตัวเองก่อนว่าถ้าในหนึ่งปีจะบินกลับไทยบ่อยไม๊ ถ้าคิดว่าเรียนปีนึงไปหนนึงกลับหนนึงก็พอ อันนี้แนะนำให้ซ์อตั๋วนักเรียนเอเชียน่า แบบไปกลับตั๋วปี ถูกกว่าตั๋วปีการบินไทยมาก ถ้าคิดว่าเรียนปีนึงแล้วจะบินกลับบ้านยิกๆอย่างไม่เสียดายเงินแบบเราก็แนะนำแบบนี้ ขาไปเที่ยวแรกให้ซ์อตั๋วนักเรียนเที่ยวเดืยวเอเชียน่า จากนั้นเวลาจะกลับบ้านจากเกาหลี ค่อยซื้อการบินไทยที่เกาหลีมา ถูกกว่าบ้านเรามากเลย ติดต่อเอเชียน่า สาขาเพลินจิตทาวเวอร์ น่าจะเป็นสาขาเดียวในไทย
02-263-8379 02-263-8333 ติดต่อคุณ เจด ฝ่ายเซลล์ ทีนี้จากประสบการณ์ที่เคยซื้อมานั้น เที่ยวเดืยวรวมทุกอย่างแล้วประมาณ 12000 ตั๋วปีไม่เคยนั่งแต่จากที่เคยถามมาประมาณ 24000 แต่ว่าก่อนจะซื้อต้องมีหลักฐานความเป็นนักศึกษาที่เกาหลีด้วยนะ เช่นวีซ่า (อันนี้สำหรับคนที่เพิ่งจะไปเป็นครั้งแรก) สำหรบเรานั้นเวลาซ์อต้องใช้หลักฐานทั้ง 1.สำเนาหน้าพาสปอร์ต 2.สำเนาหน้าวีซ่า 3.สำเนาใบรับรองการเป็นนักศึกษา 4.สำเนาบัตรต่างด้าวที่เกาหลี 5.สำเนาบัตรนักศึกษา แต่ความจริงแล้วแค่วีซ๋าก็น่าจะพอ ทีนี้มาเปรียบเทียบราคาของการบินไทยในบ้านเราบ้าง
เที่ยวเดียวประมาณ 19000 ไปกลับตั๋วปีประมาณ 30000 เห็นเปล่าว่าถูกกว่ากันชัดๆเลย ทีนี้ลองมาดูราคาสำหรับคนไทยของการบินไทยที่เกาหลี
อันนี้มีเงื่อนไขแค่ว่า 1.คุณต้องเป็นคนไทย 2.จุดที่เริ่มเดินทางต้องเป็น โซลเท่านั้น จึงทำให้ซื้อตั๋วให้ญาติพี่น้อง ที่จะออกเดินทางจาก กรุงเทพไม่ได้ น่าเสียดายถูกอ่ะอยากซื้อให้อาโผ่มาเที่ยว 3.เวลาซื้อต้องมาซื้อที่สำนักงานโดยตรงพร้อมนำพาสปอร์ตมาด้วย เที่ยวเดียวจากเกาหลีมาไทย ประมาณ 13500 ไปกลับเกาหลีไทยไทยเกาหลี ตั๋วสี่สิบห้าวันและตั๋วเดือน ประมาณ 17000 ส่วนราคาอื่นเช่นตั๋วปีหรือว่าตั๋วสามเดือน จะไม่มีราคาพิเศษสำหรับคนไทย ความจริงเป็นราคาสำหรับแรงงานไทยต่างหาก 3.เรื่องเงิน
ถ้าจะแลกเงินวอนไปเลย แนะนำว่าอย่าไปแลกตามธนาคารเด็ดขาด อย่างเด็ดขาด ให้ไปแลกที่ซุปเปอร์ริชไทยแลนด์ วิธีไปให้หันหลังให้เซ้นทรัลเวิลด์มองหน้ามองไปฝั่งตรงข้าม มองหาธนาคารกรุงเทพแถวนั้น (ฝั่งอีเซตัน)เดินข้ามไปจนถึงหน้าธนาคารกรุงเทพ ทีนี้พอหน้าเราหันเข้าธนาคารกรุงเทพและหลังเราหันให้เซ้นทรัลเวิลด์แล้วก็ให้เดินไปซอยทางซายของธนาคารกรุงเทพ เดินตรงไปจะพบว่ามีคนออกมาคอยเรียกลูกค้าทั้งสองฝั่งว่าแลกเงินพี่แลกเงิน อย่าไปสนใจร้านฝั่งขวามือเรา ให้สนใจแต่ ซุปเปอร์ริสไทยแลนด์ฝั่งซ้าย (อัตราแลกเปลี่ยนให้ดีกว่าร้านซ้ายมือหน่อยนึง) เบอร์ 02-253-5559 02-254-4444 โทรไปถามเรทก่อนก็ได้นะ และซื้อแลกคืนราคาโอเคกว่าธนาคารทุกประการ 4.บัตรเดบิต
ทีนี้สำหรับคนที่ไม่อยากจะแลกเงินไปที่เกาหลี แบบคิดว่าอยากเอาการ์ดไปกด อันนี้ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีในระดบนึงเหมือนกัน เพระว่ากดที่เกาหลีธนาคารเค้าคิดอัตราแลกเปลี่ยนได้ไม่โหดเท่าไร น้อยกว่าแลกกับธนาคารไทยอีก แต่ว่าแพงกว่าแลกกับซุปเปอร์ริช เราเองก็เอาบัตรเดบิตของไทยไปด้วยเหมือนกัน สำหรับคนที่อยากจะทำวิธีนี้ก็แค่ไปติดต่อขอทำบัตรเดบิตที่ธนาคารของตัวเองซะ บอกเค้าว่าเอาแบบวีซ่าที่เอาไปใช้เมืองนอกได้ ถามอัตราค่าบริการด้วยว่าถ้าใช้เมืองนอกคิดครั้งละเท่าไร ปกติประมาณ 100 ทีนี้เวลาไปกดที่เกาหลีก็ให้สังเกตว่าตู้ที่เราจะกดนั้นมีสัญลักษณ์วีซ๋าหรือเปล่า หรือว่าพอเวลาลองกดให้ลองเปลี่ยนภาษาเป็น Foreign language > English(International) ถ้ามีเมนูภาษาอังกฤษทีเขียนว่าวงเล็บต่างชาติก็สามารถกดการ์ดเราได้ แต่ว่าถ้ากดลองเปลี่ยนภาษาแล้วขึ้นมาแค่ ภาษาอังกฤษ (โดเมสติก) ก็แปลว่าไม่ได้ กดได้ครั้งละไม่เกิน 7แสนวอน ส่วนไอที่กำหนดว่าวันนึงกดได้เท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับวงเงินของบัญชีและบัตรของเราเน่อ 5.หลังจากมาถึงสนามบินแล้ว
ให้นึกถึงสถานที่ที่หอพักเราก่อนว่า มันอยู่ไหน เขตไหน ควรจะมีแผนที่หรือที่อยู่มาด้วย แล้วเดินลงไปชั้นล่างของสนามบินอินชอน เพื่อไปขึ้นรถแอร์พอร์ทบัส หรือภาษาเกาหลีเรียกว่า รถลีมูซีน (คงฮัง ลีมูจีน บอสึ) ลงไปจะมีอาจอชี่ (ลุง) คอยยืนอยู่ลุงพวกนี้พูดภาษาอังกฤษได้ บอกเค้าไปละกันว่าเราจไปไหนแล้วเค้าจะบอกเราเองว่าให้เราไปรอคิวตรงมุมไหนเสาไหน พร้อมกับจะบอกว่าให้เราซื้อตั๋วขึ้นรถที่ไหน ราคาอยู่ระหว่าง 9000-หมื่นกว่าวอน อันนี้ไม่รู้เพราะว่าสายตัวเองราคาแค่ 9000วอน แนะนำว่าอย่าขึ้นแท๊กซี่เด็ดขาด อันนี้ทำไมไม่รู้ไม่เคยลอง แต่จากคนเกาหลีเค้าบอกเค้าบอกว่าพวกนี้จะไม่กดมิเตอร์ จะเหมาเราไป บางคนคิด 50000-100000วอน ตีเงินไทยสัก 2000-4000 บ้ารึเปล่าไปแค่นี้คิดแพงจัง และยิ่งคนที่ไปเกาหลีใหม่ๆ จะคิดทุกอย่างเป็นเงินไทย รับรองว่าขึ้นแท๊กซี่ไม่ลงแน่ เสียดายเงิน จากนั้นพอถึงที่หมายเสร็จค่อยเรียกแท๊กซี่ต่อไปหอของเราอีกที อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ารถติดแค่ไหน ระยะทางแค่ไหนด้วย แท๊กซี่เกาหลีสตาร์ทตอนกลางวันที่ 1500 วอนและตอนรอบดึกที่ 1900วอน นั่งตูดยังไม่ทันแฉะเลยขึ้นมาละ 3000กว่าวอน เสียดายเงินว่ะ เอาเป็นว่าไงก็แค่นี้ก่อนละกันแล้ววันหลังจะมาเขียนเพิ่มอีก January 09 ก็นะก็รู้สึกเหมือนกันว่าฝืนกับความรุ้สึกตัวเองเหมือนกันในการที่จะต้องนั่งเอเชียน่า
ไม่ชอบ ไม่รู้เป็นไร ไม่ชอบและไม่คิดอยากจะนั่งตั้งแต่ก่อนไปเกาหลีรอบแรกแล้วนา
เรากับแม่อยากจะนั่งการบินไทย โคเรียนแอร์ไม่เอา เอเชียน่าไม่เอา
จะเอาแต่การบินไทย แพงกว่า เก้าอี้แคบกว่าก็ไม่เป็นไร
และยิ่งไปอยู่เกาหลีนานๆไม่ได้กลับบ้านตั้งสี่เดือนในเทอมแรก
ยิ่งได้รู้สึกดีมากเวลาที่ได้นั่งการบินไทยกลับบ้าน
มีความรู้สึกว่าเหมือนกับได้กลับเมืองไทย ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวขึ้นเครื่อง
เจอพนักงานบนเครื่องที่เป้นคนไทยกัปตันคนไทย รู้สึกดี
แต่
พอได้รู้ว่าเอเชียน่ามันมีตั๋วนักเรียน ซึ่งราคาตั๋วนักเรียนเที่ยวเดียวของมันนั้น
ถูกกว่าของการบินไทยที่ซื้อที่เกาหลีอีก ซึ่งปกติก็ถูกอยู่แล้ว
เที่ยวเดียว หมื่นสามกว่า ตั๋วเดือนไปกลับ หมื่นเจ็ดราคานี้หาในไทยไม่ได้หรอก
ก็เอาวะถูกดี ลองดูก้ได้
แต่
พอไปเช็คอินเท่านั้นแหล่ะ เจอพนักงานเช็คอินพูดจาอุบาทว์
พูดซะเหมือนกับว่าเราต้องไปง้อมันงั้นแหล่ะ เงินเดือนมึงได้เท่าไรกัน
มึงมีปัญญาบินแบบกูรึเปล่า ได้ทุนเงินเดือนเดือนละเกือบสี่หมื่นบาทเหมือนกูเหรอ
พอขึ้นเครื่อง จิตวิญญารักชาติยิ่งเกิดขึ้นอีก
จอดเมืองไทย ไปกลับเมืองไทย ไม่มีหนังสือพิมพ์ไทย
รู้ไม้ว่าหนังสือพิมพ์ไทยสำหรับคนไทยอย่างฉันที่ต้องไปอยู่คนเดียวที่ต่างแดน
มันมีค่ามากแค่ไหน ต่อให้ไม่อ่าน และเป็นของเก่าแค่ไหน แค่หยิบมาดูก็รู้สึกดี
แต่ว่ามันไม่มี ชาตนี้ก็เลยกะว่ากูจะไม่นั่งมึงอีกแล้ว เอเชียน่า บาย
และยิ่งรักการบินไทยมากขึ้นที่สุดตอนช่วงเดือนตุลาที่กลับไทยมาชั่วคราว
ตอนนั้นเป็นโรคเครียด คิดถึงบ้าน พอขึ้นเครือ่งเท่านั้นแหล่ะ ประทับใจเลย
ตอนที่กัปตันพูดแนะนำตัวว่า
"สวัสดีครับ ผมกัปตันวิทยา และลูกเรือขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เที่ยวบินที่
TG659 ซึ่งจะนำทุกท่านกลับสุ่บ้านเรา สนามบินสุวรรณภูมิ"
อยากจะชูป้ายบอกกับตันว่า เอาไปเลย เท้นพ้อยส์
เอเชียน่าไม่อยากนังหรอกนะ แต่ว่าเพราะความจำเป็นทางการเงิน
และฉันจะซื้อแต่ตั๋วเที่ยวเดียวของมัน เพระว่าขากลับจากเกาหลีจะซื้อการบินไทยกลับ
และเทอมหน้าจะกลับกลางเทอมหนึ่งครั้งสักอาทิตย์นึง ปลายเทอมกลับยาวอีกหนึ่งครั้ง
จะใช้บริการการบินไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เอเชียน่าอย่าหวังจะได้เงินกูเยอะ
ไม่น่าเชื่อนะว่าปีที่ผ่านมาเราจะบินไปกลับหกรอบจนตอนนี้สะสมแต้ม
Royal Orchid Plus ได้ระดับ silver พร้อมไมล์อีกเกือบสองหมื่นไมล์แล้ว
ดูไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าไร ระดับโกลด์ก็ไม่ใช่ แต่กูก็ภูมิใจของกูล่ะวะ
มีนักเรียนไทยในเกาหลีคนไหนบินกลับบ้านเป็นว่าเล่นอย่างกุล่ะ
มีหลายคนสงสัยว่าเราได้เรียนที่เกาหลีจริงรึเปล่า ทำไมกลับบ้านบ่อยจัง
โดยเฉพาะพวกคนแถวบ้านเรา
อยากจะให้มันมาพูดต่อหน้าเราจังเลย จะได้บอกว่า ค่าเครื่องบินแค่หมื่นเจ็ดเอง
พร้อมกับจะเอา boarding pass ที่มีทั้งหมดที่เขียนว่า BKK- ICN , ICN -BKK
พร้อมกับบัตร Royal Orchid Plus Silver
ฟาดหน้ามัน
ไว้ก่อนเหอะไว้มีเงินกูจะนั่ง first class บ้าง หิหิ
January 03 ป่วยกลับไทยมาได้เกือบสองอาทิตย์ละ
ก็โอเคสบายใจมีความสุขอยู่กับพี่น้อง
เวลาเล่นเน็ทไม่ค่อยมี เล่นแต่นินเทนโดดีเอส
เที่ยวกับเพื่อนๆและน้องๆได้แค่สองวัน เฮ้อ
กลับมาไม่สบาย ตอนแรกนึกว่าเป็นแพ้อากาศต่อด้วยหวัด
วันนี้ไปตรวจมา เป็นไซนัสอักเสบ เฮ้อ
อยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆอ่ะ แต่ว่า
รอหายก่อนละกันนะ แล้วค่อยเริงร่าใหม่
เหนื่อยชิป เหนื่อยแค่ไอก็เหนื่อยแล้ว โอ้ว
เออลืมบอกไปว่าซื้อตั๋วกลับเกาหลีแล้ว
วันที่ 23 กุมพา เอเชียน่า โอแซ็ด 742 23.10
ที่รีบกลับก็จะได้กลับไปให้ทันอาจานสมชายกับพี่เอ๋
อยู่ส่งท้ายกินข้าวด้วยกันก่อนจากกัน แก๊งดิอัลบุ้มของเรา December 14 อืมว่างๆเรียกว่าไงดีล่ะ
ตื่นมาตอนหกโมงมาฉี่แล้วก็นั่งคิดนอนคิดอยู่ได้สักพัก
เอาผ้าเข้าเครื่องดีกว่า
ใกล้จะกลับบ้านแล้วจะได้ไม่ต้องเอาผ้ากลับไปซักบ้านเยอะแยะ
พอนึกว่าใกล้จะกล้บบ้านก็รู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้
เทอมที่แล้วพอใกล้จะกลับบ้านไม่เป็นแบบนี้นะ
เอาแต่จะกลับบ้านๆๆๆๆ
แต่ว่างวดนี้กลั้บรู้สึกว่า "กูจะกลับแล้วเหรอ"
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ไปผูกพันกับเกาหลีตั้งแต่เมื่อไร
ขนาดไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทที่นี่เท่าไร เพื่อนเกาหลีก็ไม่ค่อยมี
แต่ว่าพอมองในตัวเราดีๆ ความเป็นเกาหลีมันมีอยู่เต็มไปหมด
ที่สำคัญงวดหน้ากลับมาก่อนเรียนเทอมสาม
ไม่รู้ว่าจะได้เจอพี่เอ๋กับอาจานสมชายรึเปล่าไม่รู้
เพิ่งเข้าใจว่าทำไมบางคนไปต่างประเทศเจอกันแล้วสนิทกัน
ก็อยู่ด้วยกันเป็นแก๊งกันตั้งแต่ไม่รู้จักอะไรในเกาหลี
ไปแบบเอ๋อๆด้วยกัน จนตอนนี้ไม่ต้องสอนไปเองได้
ปีหน้ากลับบมาจะได้เจอใครกัน นิสัยจะเข้ากันได้รึเปล่าก็ไม่รู้
ได้เจอหน้าคนใหม่ๆ ที่เราเรียนก็จะมีรุ่นน้องก็จะเข้ามา
แถมเทอมหน้าเป็นคนไทยสี่คน
พี่หวานหนึ่ง มอบูสองคน น้องพลอยมอเราคนนึง
เลยกลายเป็นว่าตอนี้คนไทยครองเมือง ปกติเป็นจีนครองเมือง
เฮ้อ ปีหน้า ปีการศึกษาใหม่ คนใหม่ นึกแล้วก็ใจหาย
เมื่อกี้เปิดเมลล์เก่าๆเจอเมลล์ที่โน๊ตส่งให้เมือพฤศจิกาปีที่แล้ว
เป็นรูปทับแก้วของพวกเรา เห็นแล้วสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวอัตโนมัติคือ
"ศิลปากร บิดามารดรแดนนี้ เรารักปานชีวี มีน้ำใจไม่สิ้น
เป็นสถาบันประทานในการศาสตร์ศิลป์ เรื่องรือระบือทุกถิ่น
ดินแดนแสนจะงามหรู..."
แล้วก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลนิดๆ
แปลกไม๊ พอใกล้จะกลับบ้านก็ใจหาย
แต่พอเห็นรูปมหาลัยตัวเองที่ไม่ได้เปิดดูเป็นปีก็คิดถึง December 12 minihompi cyworldDecember 11 เลื่อนการเดินทางเลื่อนการเดินทางเป็นวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2550
เที่ยวบินที่ TG 659 เหมือนเดิม ออกเดินทางเวลาเดิม ถึงเวลาเดิม |
||||||||||||||
|
|